เส้นเวลาการเดทรานซิชันของฉัน

ฉันรับฮอร์โมนเทสโทสเตอร์โรนเพื่อเลี่ยงการเป็นบุคคลไร้เพศ ไม่ใช่เพราะ 'เกิดมาในร่างกายที่ผิด' มันทำให้ฉันมีเสียงผู้ชายที่แก้ไขไม่ได้และไม่触及ปัญหาเดิม การเปลี่ยนเพศไม่ใช่คำตอบเสมอไป—บางทีมันก็แค่แลกความเจ็บปวดหนึ่งกับอีกความเจ็บปวดหนึ่ง

ภาพรวม

Kshipa บันทึกช่วงเวลาหนึ่งปีครึ่งของเธอภายใต้ฮอร์โมนเทสโทสเตอร์โรน ซึ่งเริ่มเมื่ออายุ 18 ปีเพื่อหลบหนีจากความรู้สึกอึดอัดกับภาวะไร้เพศ ไม่ใช่จากความไม่สบายใจในความเป็นหญิงตั้งแต่วัยเด็ก หลังจากย้ายเมืองเพื่อซ่อนการเปลี่ยนเพศ เธอตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเพียงแต่เลื่อนปัญหาดั้งเดิมของเธอออกไปเท่านั้น เธอหยุดใช้ T สร้างตัวตนของความเป็นหญิงขึ้นใหม่ และตอนนี้ใช้ชีวิตกับเสียงที่ต่ำลงอย่างถาวรซึ่งเธอเรียกมันว่าความเสียใจหลักของเธอ

สรุปวิดีโอเต็ม

Kshipa ผู้เคยเปลี่ยนเพศจากหญิงเป็นชาย แต่กลับมาดีทรานซิชั่นเป็นหญิงอีกครั้ง เริ่มต้นการบอกเล่าเรื่องราวด้วยการเน้นย้ำว่าเธอไม่เคยรู้สึกถึงความทุกข์ทรมานจากเพศ状態ในวัยเด็ก ไม่เหมือนกับเรื่องราวการเปลี่ยนเพศหลายเรื่องที่เธอเคยเห็น จากการทบทวนรูปถ่ายสมัยเด็ก เธออธิบายว่าเธอรู้สึกสบายใจกับร่างกายของเด็กผู้หญิง ชอบแต่งหน้าและนำเสนอตัวตนในแบบหญิงเพศ และเริ่มตั้งคำถามกับอัตลักษณ์ของตัวเองเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นที่ตระหนักว่าเธอไม่รู้สึกดึงดูดทั้งทางเพศและความรัก เมื่ออายุ 17 ปี เธอบอกตัวเองว่าอยู่ในกลุ่ม asexual-aromantic แต่ยังรู้สึกว่า "มีบางอย่างผิดปกติ" เพราะเธอยังต้องการมีคู่ชีวิต แต่กลับจินตนาการความสัมพันธ์โดยไม่มีเพศสัมพันธ์ไม่ได้ ด้วยบุคลิกและรูปลักษณ์ที่ออกแนว tomboy อยู่แล้ว เธอเริ่มสงสัยว่าการใช้ชีวิตเป็นผู้ชายอาจแก้ปัญหานี้ได้— "มันคงง่ายขึ้นถ้าฉันเป็นผู้ชาย" ตอนอายุ 18 เธอเริ่มใช้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ย้ายไปอยู่เมืองใหม่ที่ไม่มีใครรู้จักเธอ และสร้างชีวิตสังคมฉบับใหม่ในฐานะชายข้ามเพศ เธอเผยว่าการย้ายเมืองเป็นแผนที่วางไว้ เพราะไม่อยากอธิบายการเปลี่ยนแปลงให้ครอบครัวหรือเพื่อนเก่าเข้าใจ แม้จะบอกว่าช่วงหนึ่งปีครึ่งที่ใช้ฮอร์โมนนั้นเธอ "รู้สึกมีความสุขมากขึ้น" แต่เธอย้ำว่าความสุขนั้นมาจากการปรับตัวเพื่อเลี่ยงปัญหา ไม่ใช่การยอมรับตัวตนที่แท้จริง ปัญหาเรื่อง asexuality ที่เคยกังวลถูก "ผลักไปข้างๆ" เมื่อเธอไม่ต้องออกเดทอีกเลย แทนที่ด้วยปัญหารูปแบบใหม่แต่ไม่ได้แก้ไขจริง ราว 18 เดือนหลังจากเริ่มฮอร์โมน ความสงสัยเริ่มเกิดขึ้น เธอแอบซื้อเครื่องสำอางและวิกลงทุน Lock ตัวเองในห้องน้ำ เพื่อลองแต่งตัวเป็นผู้หญิงอีกครั้ง ความพยายามแรกๆ "ไม่ได้ราบรื่น"—เธอรู้สึกเหมือน "ตัวตลกที่แต่งหน้ามากไป"—แต่การทดลองนั้นกลายเป็นจุดเปลี่ยน Kshipa หยุดใช้เทสโทสเตอโรน รอให้ไขมันและใบหน้าค่อยๆ กลับมานุ่มนวลอีกครั้ง แล้วค่อยๆ สร้างตู้เสื้อผ้าและรูทีนการดูแลตัวตนแบบหญิงใหม่ เธอเล่าถึงการฟื้นฟูความมั่นใจอย่างช้าๆ : เริ่มจากการหัดเขียนอายไลน์เนอร์ใหม่ ออกไปข้างนอกด้วยชุดผู้หญิง และสุดท้ายตัดผมสั้นอีกครั้งโดยไม่กลัวว่าคนจะเข้าใจผิดเรื่องเพศ状態 การเปลี่ยนแปลงหนึ่งที่ยังกวนใจเธอคือเสียงที่ทุ้มลง "นั่นคือหนึ่งในสิ่งที่ฉันเสียดาย" เธอกล่าว พร้อมเปิดคลิปเสียงก่อนใช้ฮอร์โมนให้ผู้ชมได้เห็นความแตกต่าง อย่างไรก็ตาม เธอยืนยันว่าไม่ได้มองว่าทั้งหมดเป็น "ความผิดพลาดอันเลวร้าย" แต่ทำให้เธอได้มุมมองใหม่เกี่ยวกับเพศภาวะ ความเป็นเพศ และการยอมรับตนเอง ปิดท้ายวิดีโอ Kshipa กล่าวถึงทั้งผู้ชมข้ามเพศและผู้ที่กำลังดีทรานซิชั่นเช่นกัน เธอย้ำว่าการเปลี่ยนเพศไม่ได้แก้ปัญหาให้เธอ แต่ก็ไม่ยอมสรุปประสบการณ์ตัวเองเป็นบรรทัดฐาน : "หากคุณเป็นบุคคลข้ามเพศ ฉันสนับสนุนคุณเต็มที่ / ถ้าคุณกำลังดีทรานซิชั่น ให้เวลาตัวเอง—ร่างกายคุณจะค่อยๆ เปลี่ยน" สารสำคัญของเธอคือ แต่ละคนเท่านั้นที่ตรวจจับความสมดุลระหว่างตัวตนแท้กับความสุข และความผิดพลาดเมื่อยอมรับแล้ว อาจกลายเป็นข้อมูลที่มีค่าแทนที่จะเป็น包袱ติดตัวไปตลอดชีวิต